กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง


19 Jun 2026 09:22     Creator : อลงกรณ์ คงทรัพย์


?กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund) คืออะไร ?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างได้รับเงินสะสมคืนเมื่อลาออก เกษียณ หรือในกรณีเสียชีวิต โดยนายจ้างและลูกจ้างต้องร่วมกันจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบเข้าในกองทุน

จริง ๆ แล้วกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เป็นกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 126 ที่กำหนดให้มีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ทำให้ภาครัฐเล็งเห็นว่ามีคนตกงานมากมาย แล้วผู้คนจำนวนมากไม่มีเงินเก็บเพียงพอจะเลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคง

ดังนั้นจึงต้องมีกองทุนนี้ขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานไทยเผชิญความเสี่ยงแบบเดิมนั่นคือ การต้องออกจากงานกระทันหัน โดยไม่มีเงินติดตัวในช่วงเวลาที่ยังหางานไม่ได้ ตั้งตัวไม่ได้

 

?ใครบ้างต้องเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund)

สาระสำคัญหลัก ๆ ของกองทุนนี้กำหนดให้องค์กรนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องเข้าร่วมด้วยเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานส่งเงินเก็บไว้เพื่อการเกษียณ แต่หากองค์กรไหนมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงาน แล้วพนักงานตัดสินใจไม่ส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ต้องส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแทน

โดยการส่งเงินเข้ากองทุนครั้งนี้ ลูกจ้างจะต้องส่งเงินสะสมในกองทุน 0.25% ของค่าจ้างต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และจะเพิ่มเป็น 0.5% ต่อเดือนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2573 โดยนายจ้างต้องสมทบในอัตราเดียวกัน แต่หากนายจ้างไม่ส่งเงินสมทบ จะโดนปรับเงิน 5% ต่อเดือน ของเงินที่ยังไม่นำส่ง และหากยังไม่ดำเนินการอาจถูกลงโทษทางแพ่งและอาญา

ทั้งนี้ นายจ้างมีหน้าที่ลงทะเบียน ส่งข้อมูลภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน ตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยส่งครั้งแรกภายใน 15 ตุลาคมนี้ หลังส่งแล้ว กรมสวัสดิการจะตรวจสอบรายชื่อ ตรวจสอบรายละเอียดว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้อง กรมสวัสดิการจะใช้ 7 วันออกใบรับรองลงทะเบียน และผลจะแจ้งกลับมาที่นายจ้างใน 5 วัน พร้อมการอนุมัติ

 

?แล้วลูกจ้างจะรับเงินคืนได้เมื่อไหร่ ?

คำตอบก็คือเมื่อลาออกจากงาน ทั้งออกแบบสมัครใจและไม่สมัครใจ เมื่อเกษียณอายุ รวมถึงเมื่อเสียชีวิต โดยในกรณีหลังนี้ ทายาทสามารถยื่นขอรับเงินแทนได้

 

?กรณีลูกจ้างออกจากงาน

✏️ นายจ้างเลิกจ้าง (ไม่ว่าจะกระทำผิดวินัยหรือไม่)

✏️ เกษียณอายุ

✏️ ลาออก

✏️ ตกลงเลิกสัญญาจ้าง

✏️ สิ้นสุดสัญญาจ้าง

 

?กรณีลูกจ้างเสียชีวิต

✏️ ตกแก่บุคคลซึ่งลูกจ้างระบุ ในหนังสือกำหนดบุคคลผู้จะพึงได้รับเงินฯ (สกล.5)

✏️ ไม่ได้กำหนดไว้ หรือบุคคลที่กำหนดตายก่อน จะตกแก้บุตร ภรรยา คู่สมรส บิดา มารดา ที่มีชีวิตอยู่ คนละส่วนเท่าๆ กัน

 

?กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund) แตกต่างอย่างไรกับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

หลายคนอาจสงสัยว่ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแตกต่างกันอย่างไร เพราะดูเหมือนจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่จุดประสงค์ของทั้งสองกองทุนนี้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

?กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มุ่งช่วยเหลือในระยะสั้น เสมือนมีเงินสำรองฉุกเฉินช่วยประคับประคองเมื่อต้องออกจากงาน ให้มีเงินใช้จ่ายในช่วงที่กำลังหางานใหม่

?กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีเป้าหมายระยะยาวเพื่อการเกษียณอายุ โดยมุ่งหวังให้พนักงานมีเงินก้อนใหญ่พอสมควรไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ

หากใครตั้งเป้าหมายเพื่อความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่หากองค์กรของคุณไม่มีกองทุนดังกล่าว กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างก็จะเป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานที่ช่วยคุ้มครองคุณในยามฉุกเฉินได้

การเริ่มต้นบังคับใช้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับแรงงานไทย แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยการเก็บเงินเพียง 0.25% แต่ก็เป็นการปูพื้นฐานสู่วัฒนธรรมการออมที่ยั่งยืน และสร้างตาข่ายความปลอดภัยให้แรงงานไทยในยามที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในชีวิตการทำงาน

 

?แล้วกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund) ต่างจากกองทุนประกันสังคมอย่างไร?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างและกองทุนประกันสังคม ต่างเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สร้างความมั่นคงให้แรงงานไทย แต่ทั้ง 2 กองทุนก็มีจุดมุ่งหมายและการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนี้

?กองทุนประกันสังคม ช่วยคุ้มครองลูกจ้างในหลากหลายมิติ ทั้งการเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน โดยมีลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาลร่วมกันจ่ายเงินสมทบฝ่ายละ 5% ของค่าจ้าง (ไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน)

?กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมุ่งเน้นเฉพาะการสร้างหลักประกันทางการเงินเมื่อลูกจ้างออกจากงาน โดยลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันจ่ายฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง โดยไม่มีส่วนสมทบจากรัฐบาล

ความแตกต่างอีกประการคือช่วงเวลาและเงื่อนไขในการรับสิทธิประโยชน์ โดยกองทุนประกันสังคมกรณีชราภาพ ลูกจ้างจะได้รับเงินก้อนหรือเงินบำนาญเมื่ออายุครบ 55 ปีและสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ส่วนกรณีว่างงานจะได้รับเงินทดแทนระหว่างที่ว่างงานตามเงื่อนไขที่กำหนด 

แต่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างรับเงินคืนได้ทันทีที่ออกจากงาน ไม่ว่าจะด้วยการลาออกหรือถูกเลิกจ้าง โดยไม่ต้องรอให้ถึงอายุเกษียณ

ขอบเขตการบังคับใช้ก็ต่างกัน กองทุนประกันสังคมมีผลบังคับใช้กับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างแม้เพียง 1 คน (เรียกได้ว่า ไม่มีใครหนีพ้น) ในขณะที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างใช้กับสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเท่านั้น

โดยสรุป ทั้ง 2 กองทุนตั้งอยู่บนแนวคิดที่ต่างกัน กองทุนประกันสังคมเน้น “หลักการประกัน” คือการให้ความคุ้มครองในด้านต่างๆ เมื่อเกิดความเสี่ยงในชีวิต ขณะที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเน้น “หลักการออม” เพื่อสร้างเงินสำรองระยะสั้นสำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านในการทำงาน ทั้งสองกองทุนจึงไม่ได้มาแทนที่กัน แต่ทำงานเสริมกันเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่แรงงานไทยในมิติที่แตกต่างกัน